วันที่ 22 ต.ค. 2026 ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ภาค 5 (Fifth Circuit) เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ผู้พิพากษา Henry Wingate แห่งรัฐ Mississippi ออกไว้เพื่อระงับกฎหมาย H.B. 1193 และสั่งย้ายคดีไปให้ผู้พิพากษาคนอื่น เหตุผลส่วนหนึ่งคือคำสั่งฉบับแรกของเขาเมื่อ ก.ค. 2025 ระบุชื่อโจทก์ที่ไม่ได้อยู่ในคดี อ้างคำให้การของคนที่ไม่มีในสำนวน และยกข้อความที่ไม่มีอยู่ในตัวกฎหมาย ฉบับที่แก้แล้วก็ยังอ้างคดีที่ไม่มีอยู่จริงอีกหนึ่งคดี Wingate เคยยอมรับเมื่อปี 2025 ว่าผู้ช่วยผู้พิพากษา (Law clerk) ใช้ Perplexity ช่วยร่าง
บน X เรื่องนี้กลายเป็นข้อถกเถียงว่า เมื่อเอกสารที่มีอำนาจตามกฎหมายมีข้อมูลที่ AI แต่งขึ้น ใครต้องรับผิด ฝั่งหนึ่งบอกว่าคนที่ลงนามต้องรับผิด อีกฝั่งบอกว่าต้องลงโทษหนักกว่าการย้ายคดี และอีกฝั่งบอกว่า AI เป็นแค่ฉากหน้าของการตีความกฎหมายผิด ข้อที่ยืนยันได้จากคำพิพากษาคือ ข้อมูลปลอมมีอยู่จริง และร่างที่ยังไม่ผ่านการตรวจถูกนำขึ้นสำนวนคดี ส่วนข้อที่ว่า AI ทำให้การตีความกฎหมายผิดไปด้วยนั้นยังไม่มีหลักฐาน ศาลอุทธรณ์เองก็พูดถึง AI ด้วยคำว่า “หรือถ้าจะให้เกียรติ ก็อาจเป็น AI agent ของศาล” ซึ่งเป็นการประชด ไม่ใช่ข้อค้นพบ

เกิดอะไรขึ้น: คดีอายุ 16 เดือน ที่จบด้วยการย้ายผู้พิพากษา
รัฐ Mississippi ออกกฎหมาย H.B. 1193 เมื่อ เม.ย. 2025 เพื่อห้ามสถาบันการศึกษาของรัฐใช้งบประมาณรัฐกับโครงการ DEI (Diversity, Equity and Inclusion) และห้ามบังคับให้เข้าอบรมด้านความหลากหลาย กลุ่มครู อาจารย์ นักศึกษา ผู้ปกครอง และองค์กรต่าง ๆ ฟ้องว่ากฎหมายนี้ขัดเสรีภาพในการแสดงออกและคลุมเครือเกินไป บทความนี้ไม่ได้ตัดสินว่ากฎหมายนี้ดีหรือไม่ดี เราสนใจเฉพาะส่วนที่ AI เข้าไปเกี่ยวกับคำสั่งศาล
วันที่ 20 ก.ค. 2025 ผู้พิพากษา Henry T. Wingate แห่งศาลแขวงกลาง Southern District of Mississippi ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว (Temporary Restraining Order หรือ TRO) ระงับการบังคับใช้กฎหมาย สองวันต่อมา ฝ่ายรัฐยื่นคำร้องชี้ว่าคำสั่งมีข้อเท็จจริงผิดหลายจุด ศาลจึงนำคำสั่งเดิมออกจากสำนวน แล้วใส่ฉบับที่แก้แล้วแทน โดยลงวันที่ย้อนหลังเป็น 20 ก.ค. และเรียกความผิดพลาดว่าเป็นเรื่อง “clerical” หรือความผิดพลาดทางธุรการ
หลังวุฒิสมาชิก Chuck Grassley ประธานคณะกรรมาธิการตุลาการของวุฒิสภา ส่งจดหมายถามเรื่องการใช้ AI Wingate ตอบผ่านสำนักงานบริหารศาลกลางว่า ผู้ช่วยผู้พิพากษาคนหนึ่งใช้ Perplexity “เป็นผู้ช่วยร่างขั้นต้น” คำสั่งที่ขึ้นสำนวนเป็นร่างแรกที่ยังไม่ผ่านการตรวจตามปกติ และต้นเหตุคือ “a lapse in human oversight” หรือการกำกับดูแลโดยคนที่หละหลวม เขาบอกว่าได้เพิ่มขั้นตอนให้ผู้ช่วยคนที่สองตรวจร่างทุกฉบับแบบอิสระ และให้พิมพ์คดีที่อ้างถึงจาก Westlaw แนบไว้กับร่างสุดท้าย (Reuters, ต.ค. 2025)
วันที่ 22 ต.ค. 2026 องค์คณะ 3 คนของ Fifth Circuit (Smith, Haynes และ Engelhardt) ออกคำพิพากษาคดี Jackson Federation of Teachers v. Fitch เลขที่ 25-60496 เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวแบบ Preliminary injunction ที่ Wingate ออกเมื่อ 18 ส.ค. 2025 และสั่งให้หัวหน้าศาลแขวงมอบคดีให้ผู้พิพากษาคนอื่น Judge Jerry Smith เขียนว่ากระบวนการในศาลชั้นต้น “a botch job, to say the least” หรือ “ทำพังเละ อย่างน้อยที่สุด” ส่วน Judge Haynes เห็นด้วยเฉพาะย่อหน้าสุดท้ายที่สั่งเพิกถอนและย้ายคดี
ตัวเลขทั้งสามมาจากคำพิพากษา 25-60496 หน้า 6–8 ซึ่งเราอ่านจากไฟล์ PDF บนเว็บไซต์ของ Fifth Circuit

ข้อมูลปลอมในคำสั่งมีอะไรบ้าง
คำพิพากษาแจกแจงสิ่งที่อยู่ในคำสั่งฉบับแรกไว้ละเอียด เราจัดกลุ่มเป็น 5 แบบ แบบสุดท้ายต่างจากแบบอื่น เพราะเป็นเรื่องการใช้เหตุผลทางกฎหมาย ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ถูกแต่งขึ้น
ระบุบุคคลและองค์กร 11 รายเป็นโจทก์ และเจ้าหน้าที่ 2 คนเป็นจำเลย ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในคำฟ้องในฐานะนั้น
อ้างคำให้การของ 4 คนที่ไม่ปรากฏในสำนวน และอ้างว่ามหาวิทยาลัย 3 แห่งยกเลิกโครงการ DEI แล้วเพราะกฎหมายนี้ โดยไม่มีหลักฐาน
อ้างว่า H.B. 1193 ใช้คำอย่าง “critical race theory” และ “institutional bias” ซึ่งไม่มีอยู่ในตัวบทเลย
ฉบับที่แก้แล้วยังอ้าง “Cousins v. School Bd. of City of Norfolk, 503 F.2d 422” เลขอ้างอิงนี้ตกอยู่กลางคดีอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ถูกพบระหว่างการแถลงด้วยวาจาที่ศาลอุทธรณ์
องค์คณะเห็นว่าคำสั่งแทบไม่อ้างคำพิพากษาที่ผูกพันหลังปี 2000 และตีความถ้อยคำแบบแยกส่วน ข้อนี้คือ “ตีความผิด” ไม่ใช่ “แต่งข้อมูล” และไม่มีหลักฐานว่า AI เป็นต้นเหตุ

ศาลอุทธรณ์ตั้งข้อสังเกตว่า Wingate ไม่ได้อธิบายว่าถ้าข้อมูลปลอมเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับเหตุผลหลัก แล้วมันเข้าไปอยู่ในคำสั่งได้อย่างไร และทำไมคำสั่งยังควรมีผลเมื่อตัดข้อมูลเหล่านั้นออก นี่เป็นเหตุผลหลักข้อหนึ่งที่องค์คณะสั่งย้ายคดี ศาลมองว่าผู้พิพากษาคนเดิมอาจ “ยากที่จะวางความเห็นเดิมลง” และคนภายนอกอาจตั้งคำถามกับความเป็นกลางของการพิจารณาต่อไป
X พูดถึงมากแค่ไหน
เรานับโพสต์บน X ที่มีชื่อ Wingate คู่กับคำอย่าง judge, AI, DEI, court, circuit, clerk, injunction, TRO, Perplexity, hallucinated หรือ benchslap ได้ 1,572 โพสต์ (รวมรีโพสต์) ตั้งแต่ 19:00 น. วันที่ 22 ต.ค. ถึง 18:59 น. วันที่ 24 ต.ค. ตามเวลาไทย โพสต์เริ่มพุ่งราว 07:00 น. วันที่ 23 ต.ค. และพีคที่ 129 โพสต์ต่อชั่วโมงในช่วง 09:00–10:00 น. ของวันเดียวกัน คลื่นที่สองอยู่ช่วง 17:00–23:00 น. วันที่ 23 ต.ค. สูงสุด 124 โพสต์ต่อชั่วโมงราว 20:00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่บัญชีสื่อและนักวิจารณ์หลายรายโพสต์ข่าวต่อ
ตัวเลขจากตัวนับของ X ตามคำค้นข้างต้น ไลก์เป็นค่า ณ ราว 18:00–19:00 น. วันที่ 24 ต.ค. ตัวเลขนี้บอกว่าเรื่องถูกพูดถึงมากแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าคนส่วนใหญ่คิดอย่างไร คำค้นนี้ไม่นับโพสต์ที่ไม่เอ่ยชื่อ Wingate และโพสต์ภาษาอื่นอาจตกหล่น
6 ฝั่งความเห็นบน X
เราอ่าน 284 โพสต์ ในจำนวนนี้ 198 โพสต์พูดถึงเรื่องนี้โดยตรง (รีโพสต์ 38 โพสต์) ทั้งโพสต์ข่าว คำตอบใต้โพสต์ที่ถูกแชร์มาก โพสต์ที่ยกไปพูดต่อ และผลค้นหาตามคำสำคัญ แล้วจัดเหตุผลที่เจอบ่อยเป็น 6 ฝั่ง ฝั่งเหล่านี้ไม่ได้แยกขาดจากกัน หลายคนอยู่หลายฝั่งพร้อมกัน สำหรับบัญชีส่วนตัวขนาดเล็ก เราสรุปความแทนการระบุชื่อ
ข้อสังเกต: วงถกส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งการเมืองอเมริกันที่สนับสนุนกฎหมายนี้ เพราะผลคดีเป็นชัยชนะของรัฐ Mississippi เสียงจากฝั่งโจทก์หรือฝั่งที่ปกป้อง Wingate มีน้อยมากในตัวอย่างที่เราอ่าน บางคำตอบโจมตีตัวผู้พิพากษาด้วยอัตลักษณ์หรือเรียกร้องให้จับกุม เราไม่ลิงก์โพสต์เหล่านั้น และไม่ได้นับฝั่งต่าง ๆ เป็นสัดส่วน
01“AI ไม่ได้พัง การตรวจต่างหากที่พัง” ใครลงนาม คนนั้นรับผิดความรับผิดของคนลงนาม
ฝั่งที่เจอบ่อยที่สุดในโพสต์ที่พูดเรื่อง AI โดยตรง ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัปสาย AI คนหนึ่ง (ผู้ติดตามราว 23,000 คน) สรุปว่า “AI didn’t fail here. Verification did.” ถ้า AI ร่าง คนต้องตรวจทุกการอ้างอิงก่อนเอกสารจะมีอำนาจของศาล บัญชีเล็กอีกบัญชีหนึ่งย้ำว่า AI ไม่ได้เซ็นคำสั่ง และโพสต์ภาษาจีนที่อธิบายข่าวนี้สรุปไว้ว่า “谁签字,谁负责” หรือ ใครลงนาม คนนั้นรับผิดชอบ
ทนายความคดีพาณิชย์ใน Texas ที่บอกว่าใช้ AI ในงานว่าความเขียนก่อนข่าวนี้ไม่กี่ชั่วโมงว่าเขาใช้ AI อย่างเปิดเผย แต่ถ้ายื่นเอกสารโดยไม่ตรวจการอ้างอิงเอง ความผิดอยู่ที่คนยื่น ไม่ใช่ซอฟต์แวร์ บางคนชี้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การโฆษณาที่ดีของ Perplexity แต่ฝั่งนี้ส่วนใหญ่ไม่โทษเครื่องมือ
ตรวจแล้ว: ตรงกับคำอธิบายของ Wingate เองที่ว่าต้นเหตุคือ “a lapse in human oversight” และร่างแรกถูกนำขึ้นสำนวนก่อนผ่านการตรวจ แต่คำอธิบายนี้ไม่ครอบคลุมคดีที่ไม่มีอยู่จริงในฉบับที่แก้แล้ว ซึ่งควรผ่านการตรวจไปแล้ว
02ย้ายคดีไม่พอ ต้องถอดถอนหรือลงโทษความรับผิดของคนลงนาม
โพสต์ที่ถูกแชร์มากที่สุดมาจาก Will Chamberlain ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโสของ Article III Project (ผู้ติดตามราว 437,000 คน) ซึ่งเรียกคำพิพากษานี้ว่า “the most vicious benchslap I’ve ever seen” และยกประโยค “its AI agent” มาให้ดู โพสต์นี้มี 6,008 ไลก์ คำตอบใต้โพสต์จำนวนมากถามว่าทำไมแค่ย้ายคดี ไม่ถอดออกจากตำแหน่ง
กลุ่มสืบสวนไม่แสวงกำไร Marco Polo เรียกร้องให้ถอดถอน (Impeach) ก่อนวันขอบคุณพระเจ้า อีกบัญชีหนึ่งเขียนว่าต้องมีอะไรมากกว่าการย้ายคดี บางคนไปไกลถึงบอกว่าผู้พิพากษาที่ใช้ AI ควรถูกปลดและเพิกถอนใบอนุญาตทนายทันที
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้: ผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐฯ ตามมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญดำรงตำแหน่งตลอดชีพตราบที่ประพฤติดี การถอดออกต้องผ่านการ Impeach โดยสภาผู้แทนฯ และการลงมติของวุฒิสภา ส่วนการร้องเรียนวินัยผู้พิพากษามีช่องทางตามกฎหมาย Judicial Conduct and Disability Act ณ วันที่ตรวจ เราไม่พบรายงานที่เชื่อถือได้ว่ามีการเริ่มกระบวนการใดกับ Wingate จากคำพิพากษานี้
03AI เป็นแค่ฉากหน้า ปัญหาจริงคือการตัดสินที่ตั้งธงไว้ประเด็นกฎหมายจริง
Marc Randazza ทนายความด้านเสรีภาพการแสดงออก (ผู้ติดตามราว 38,000 คน) เขียนว่าสิ่งเดียวที่ Wingate ทำต่างจากเพื่อนร่วมอาชีพคือ สั่ง AI ว่า “นี่คือผลที่ฉันต้องการ ไปหาคดีมารองรับ” ขณะที่คนอื่นสั่งผู้ช่วยให้ทำแบบเดียวกัน เขาใช้ตัวเลข “75%” แบบประชด ไม่ได้อ้างข้อมูล
ฝั่งนี้ชี้ไปที่อีกครึ่งของคำพิพากษา ซึ่งบัญชีสายกฎหมายแนว Textualist บัญชีหนึ่ง (ผู้ติดตามราว 19,000 คน เจ้าของโพสต์ต้นเรื่องที่มีคนเห็นราว 258,000 ครั้ง)ยกมาโพสต์แยก ศาลเขียนว่าคำสั่ง “got the law wrong” และ “seeming at times purposely to misconstrue the law” ในมุมนี้ ข้อมูลปลอมเป็นแค่สิ่งที่ทำให้ปัญหาถูกมองเห็น ส่วนปัญหาหลักคือเหตุผลทางกฎหมาย
ตรวจแล้ว: คำพิพากษาวิจารณ์ทั้งสองเรื่องแยกกันจริง แต่ประโยค “or perhaps, being charitable, its AI agent” เป็นการประชดของผู้เขียนคำพิพากษา ไม่ใช่ข้อค้นพบว่า AI เขียนส่วนที่เป็นเหตุผลทางกฎหมาย ส่วนข้อที่ว่า “ผู้พิพากษาส่วนใหญ่ทำแบบนี้” เป็นความเห็นที่ไม่มีข้อมูลรองรับ
04โยนความผิดให้ Law clerk ได้หรือความรับผิดของคนลงนาม
Jane Coleman ทนายความและนักเขียน เขียนว่าไม่แน่ใจว่าอะไรแย่กว่ากัน ระหว่างคำสั่งที่ AI สร้าง กับการที่ผู้พิพากษาโยนความผิดให้ผู้ช่วย คำตอบอีกหลายโพสต์ชี้ว่าผู้ช่วยเป็นคนที่ผู้พิพากษาเลือกเองและต้องรับผิดชอบเอง ทนายความคนหนึ่งตั้งคำถามที่กว้างกว่าว่าผู้ช่วยรุ่นใหม่เขียนคำสั่งแทนผู้พิพากษามานานแค่ไหนแล้ว
หมายเหตุ: บางโพสต์และคำตอบอัตโนมัติบน X ระบุชื่อผู้ช่วยผู้พิพากษา เราไม่ระบุชื่อ เพราะคำพิพากษาและจดหมายของศาลไม่ได้ระบุ และผู้ช่วยไม่ใช่คนที่มีอำนาจลงนามในคำสั่ง ส่วนคำถามว่าผู้ช่วยเขียนคำสั่งแทนผู้พิพากษามากแค่ไหน ยังไม่มีข้อมูลจากคดีนี้
05ศาลต้องมีกติกา AI ที่ชัด: เปิดเผย บันทึก และตรวจซ้ำกติกาของศาล
ฝั่งนี้ไม่ได้บอกให้ห้าม AI แต่ถามว่าศาลจะใช้มันอย่างไร บัญชีด้านวิเคราะห์ความเสี่ยงทางกฎหมายบัญชีหนึ่งชี้ว่าคู่ความจะโต้แย้งเหตุผลในคำสั่งได้ยาก ถ้าไม่รู้ว่าเครื่องมือไหนร่างส่วนไหน กติกาการเปิดเผยและการเก็บบันทึกจึงสำคัญพอ ๆ กับตัวเครื่องมือ ความเห็นนี้ตอบข่าวของ Law.com ที่รายงานว่าผู้พิพากษาใน Illinois ใช้เครื่องมือ AI แล้ว ขณะที่กรณีการใช้ผิดวิธียังไม่ถูกทดสอบ
บางคนกลับมองอีกด้าน บัญชีหนึ่งบอกว่าตัวเองเขียนคำร้อง 30 หน้าได้ในสัปดาห์เดียวด้วย AI แต่คำร้องค้างพิจารณาเป็นเดือน ผู้พิพากษาควรเรียนรู้เครื่องมือ ตรวจงาน และเร่งคดี ส่วน Jon Gross ซึ่งแนะนำตัวว่าเป็นทนายความ โพสต์ในคืนเดียวกันว่าถ้าผู้พิพากษาไม่พอใจที่ทนายและคนที่ว่าความเองใช้ AI ต้นเหตุส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่ระบบซึ่งซับซ้อนเกินจำเป็น
บริบท: Reuters รายงานวันที่ 23 ต.ค. 2026 ว่าฐานข้อมูลของ Damien Charlotin ติดตามคดีที่มีข้อผิดพลาดจาก AI ในศาลสหรัฐฯ ได้อย่างน้อย 1,500 คดี และจำนวนกรณีใหม่ลดลงในไตรมาส 2–3 ปี 2026 แต่ผู้รวบรวมเตือนว่าอาจเป็นเพราะมีคนรายงานน้อยลงด้วย เราอ่านรายงานนี้จากฉบับเผยแพร่ซ้ำ ไม่ได้ตรวจตัวเลขในฐานข้อมูลเอง
06กรอบการเมืองกลบประเด็น AI หรือเปล่ากรอบการเมือง
คดีนี้เกี่ยวกับกฎหมายต่อต้าน DEI ข่าวจึงถูกแชร์ในวงการเมืองมากกว่าวง AI หลายคำตอบใช้คดีนี้โจมตี DEI หรือตัวผู้พิพากษา อีกฝั่งหนึ่งชี้ว่าไม่ใช่เรื่องพรรค บัญชีสายการเมืองฝั่งขวาบัญชีหนึ่งโพสต์สั้น ๆ ว่า “Yale Law Graduate. Appointed by Ronald Reagan.” (296 ไลก์) และบัญชีข่าว AI ภาษาจีนที่ระบุว่ามีจุดยืนอนุรักษนิยมชี้ว่าทั้ง Judge Smith ผู้เขียนคำพิพากษาและ Wingate ได้รับแต่งตั้งโดย Reagan จึงอ่านได้ว่าศาลไม่ยอมรับการใช้ AI แบบนี้ ไม่ว่าฝั่งไหน
Eugene Volokh นักวิชาการกฎหมายจาก Volokh Conspiracy โพสต์บทความที่ใช้ประโยค “its AI agent” เป็นหัวข้อ ขณะที่บางคนเทียบว่าเด็กใช้ AI ทำการบ้านไม่ได้ แต่ผู้พิพากษาใช้เขียนคำสั่งได้
ตรวจแล้ว: Wingate ได้รับการเสนอชื่อโดยประธานาธิบดี Reagan ในปี 1985 ข้อนี้ตรงกับประวัติผู้พิพากษาที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ส่วนข้อสรุปว่าคดีนี้ “ไม่ใช่เรื่องการเมือง” ยังเป็นการตีความ เพราะส่วนที่เป็นเนื้อหาของคำพิพากษาเกี่ยวกับกฎหมาย DEI โดยตรง และ Judge Haynes เห็นด้วยแค่ย่อหน้าสุดท้าย พร้อมเขียนว่าครูต้องยังสอนนักเรียนเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติได้

ทดลอง 01 — ตรวจร่างคำสั่งก่อนลงนาม: ขั้นตอนไหนจับอะไรได้
การจำลองเชิงการศึกษาแบบกำหนดผลล่วงหน้า ไม่ใช่เอกสารศาลจริง ร่างด้านล่างเป็นร่างสมมติที่มีข้อผิดพลาด 6 แบบ ตรงกับประเภทที่คำพิพากษาพูดถึง แต่ชื่อและเนื้อหาแต่งขึ้นทั้งหมด การจับคู่ว่าขั้นตอนไหนจับอะไรได้เป็นสมมติฐานอย่างง่ายของเรา
เลือกชุดขั้นตอนสำเร็จรูป
หรือเลือกเอง
ร่างคำสั่งสมมติ

ทำไมคนเลิกตรวจ ทั้งที่รู้ว่า AI แต่งเรื่องได้
คดีที่ AI แต่งการอ้างอิงขึ้นในศาลมีมาหลายปีแล้ว แต่ส่วนใหญ่คนลงนามเป็นทนายหรือคนที่ว่าความเอง คดีนี้ต่างออกไปเพราะคนลงนามเป็นผู้พิพากษา (ปี 2025 ผู้พิพากษา Julien Neals ใน New Jersey ก็ยอมรับในจดหมายถึง Grassley ว่าเจ้าหน้าที่ใช้ AI ช่วยร่างคำสั่งที่มีข้อผิดพลาด) Damien Charlotin นักวิจัยจาก HEC Paris ผู้รวบรวมฐานข้อมูลคดีที่มีข้อมูลหลอนจาก AI ให้สัมภาษณ์ Reuters ในรายงานวันที่ 23 ต.ค. 2026 ว่าเครื่องมือดีขึ้นจริง แต่ความดีขึ้นอาจทำให้คนการ์ดตก “ถ้า AI ทำงานได้ดี 99% ของกรณี สุดท้ายคุณจะเลิกตรวจ แล้วเชื่อมัน จนกว่ามันจะหลอนอีกครั้ง”
คำอธิบายของ Wingate เองก็เป็นแบบนี้ ร่างแรกไม่ได้ผ่านการตรวจเลย ไม่ใช่ตรวจแล้วพลาด และฉบับที่แก้แล้วก็ยังมีคดีปลอมหลุดไปอีกหนึ่งคดี ซึ่งแปลว่าการตรวจรอบแก้ไขก็ไม่ครบ ปัญหาจึงไม่ใช่แค่ว่า AI แม่นแค่ไหน แต่เป็นว่าคนตรวจกี่ส่วนของสิ่งที่ AI เขียน

ทดลอง 02 — AI ถูก 99% แล้วเลิกตรวจ: ข้อมูลปลอมหลุดไปกี่ฉบับ
การจำลองเชิงการศึกษา ใช้สูตรความน่าจะเป็นอย่างง่าย ทุกตัวเลขเป็นค่าสมมติ ไม่ใช่อัตราการหลอนของ Perplexity หรือเครื่องมือใด และไม่ใช่สถิติของศาล สมมติว่าการอ้างอิงแต่ละรายการผิดอย่างอิสระต่อกัน และการอ้างอิงที่คนตรวจแล้วจะถูกจับได้เสมอ
ระดับการตรวจของคน
ใครรับผิดอะไร เมื่อ AI แต่งข้อมูลในเอกสารศาล
คำถามที่วนอยู่บน X คือ “ใครต้องรับผิด” คำตอบในระบบศาลสหรัฐฯ ขึ้นกับว่าใครลงนาม ตารางนี้สรุปกลไกที่มีอยู่แล้ว ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
ลงนามในคำสั่ง จึงรับผลของคำสั่ง
- คำสั่งอาจถูกเพิกถอนในชั้นอุทธรณ์ และศาลสูงกว่าสั่งย้ายคดีได้ อย่างที่เกิดในคดีนี้
- มีช่องทางร้องเรียนวินัยตาม Judicial Conduct and Disability Act
- การถอดออกจากตำแหน่งต้องผ่าน Impeachment เท่านั้น
ทำงานภายใต้ผู้พิพากษา
- ไม่ได้ลงนามในคำสั่ง ความรับผิดหลักจึงอยู่ภายในห้องทำงานของผู้พิพากษา
- Wingate แก้ด้วยการให้ผู้ช่วยคนที่สองตรวจซ้ำ ไม่ได้ห้ามใช้ AI
ลงนามรับรองเอกสารที่ยื่น
- กฎ Rule 11 ของศาลกลางให้ทนายรับรองว่าข้อกฎหมายในเอกสารมีที่มา ศาลลงโทษทางวินัยหรือปรับได้
- Reuters Legal รายงานว่าศาลอุทธรณ์ Florida ส่งเรื่องทนายคนหนึ่งให้เนติบัณฑิตยสภาพิจารณา หลังพบเอกสารที่ศาลเรียกว่า “AI slop”
ไม่ได้อยู่ในคดี
- คำพิพากษาไม่ได้เอ่ยชื่อ Perplexity ชื่อนี้มาจากจดหมายของ Wingate
- เราไม่พบรายงานว่ามีการดำเนินการใดกับผู้ให้บริการจากคดีนี้

สิ่งที่ยืนยันแล้ว กับสิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
| ข้ออ้าง | สถานะ | ที่มา |
|---|---|---|
| Fifth Circuit เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและสั่งย้ายคดีให้ผู้พิพากษาคนอื่น เมื่อ 22 ต.ค. 2026 | ยืนยัน | คำพิพากษา 25-60496 |
| คำสั่งฉบับแรกมีคู่ความ คำให้การ และข้อความกฎหมายที่ไม่มีอยู่จริง | ยืนยัน | คำพิพากษา หน้า 6–7 |
| ฉบับที่แก้แล้วยังอ้างคดี Cousins ที่ไม่มีอยู่จริง | ยืนยัน | คำพิพากษา หน้า 8 |
| ผู้ช่วยผู้พิพากษาใช้ Perplexity ช่วยร่าง และร่างแรกขึ้นสำนวนก่อนผ่านการตรวจ | ยืนยันตามคำของผู้พิพากษา | จดหมายของ Wingate, Reuters, FedScoop |
| AI เป็นต้นเหตุที่การตีความกฎหมายผิด หรือถูกใช้ “เพื่อเป้าหมายทางการเมือง” | ยังไม่มีหลักฐาน | คำพิพากษาใช้คำว่า “perhaps, being charitable” เป็นการประชด |
| Wingate ถูกถอดจากตำแหน่งผู้พิพากษา | ไม่ตรง | ถูกย้ายออกจากคดีนี้เท่านั้น |
| มีการเริ่ม Impeachment หรือการร้องเรียนวินัยจากคำพิพากษานี้ | ไม่พบรายงาน | ตรวจ ณ 24 ต.ค. 2026 |
| คำสั่งอื่นของ Wingate มีข้อมูลจาก AI ที่ผิดด้วย | ไม่มีข้อมูล | มีแต่การคาดเดาบน X |
| ข้อผิดพลาดจาก AI ในเอกสารศาลสหรัฐฯ ลดลงช่วงไตรมาส 2–3 ปี 2026 | รายงานแหล่งเดียว | Reuters อ้างฐานข้อมูล Charlotin ซึ่งเตือนเองว่าอาจรายงานน้อยลง |
สิ่งที่ข่าวนี้ยังตอบไม่ได้: ในส่วนที่เป็นเหตุผลทางกฎหมาย ผู้ช่วยใช้ AI มากแค่ไหน คำสั่งที่ใช้ AI ช่วยร่างแต่ผ่านการตรวจครบ มีคุณภาพต่างจากคำสั่งที่เขียนเองหรือไม่ และศาลกลางสหรัฐฯ จะออกกติกาการใช้ AI ที่ใช้ร่วมกันทั้งระบบเมื่อไร
ทดลอง 03 — แยกข้อเท็จจริง ข้อที่ยังไม่ยืนยัน และความเห็น
แบบฝึกเชิงการศึกษา ข้อความด้านล่างสรุปจากสิ่งที่เห็นบน X ช่วง 22–24 ต.ค. แต่เรียบเรียงใหม่ ไม่ใช่คำพูดตรงของใคร คำเฉลยอิงจากคำพิพากษาและเอกสารที่เราตรวจ ณ วันที่เขียน
เรียนรู้อะไรได้จากเรื่องนี้ แยกตามคนอ่าน
องค์กรที่ใช้ AI ร่างเอกสารที่มีผลทางกฎหมาย
- กำหนดให้ชัดว่าร่างจาก AI เป็นสถานะ “ร่าง” จนกว่าคนจะตรวจครบ และระบบต้องไม่ยอมให้ร่างถูกส่งออกไปเอง
- ตรวจการอ้างอิง ชื่อคน และคำพูดที่ยกมาทุกจุดกับต้นฉบับ ไม่ใช่สุ่มดู
- เก็บบันทึกว่าส่วนไหนมาจาก AI เผื่อวันที่ต้องอธิบายต่อคนภายนอก
นักกฎหมายและคนทำงานในศาล
- เครื่องมือตรวจการอ้างอิงช่วยจับคดีปลอมได้ แต่จับไม่ได้ถ้าคำพูดที่ยกมาถูกแต่งขึ้นหรือพยานไม่มีในสำนวน ต้องเทียบกับสำนวนด้วย
- เมื่อพบข้อผิดพลาด ให้บอกตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ในคดีนี้ การเรียกว่าเป็น “clerical” และการลงวันที่ย้อนหลังถูกศาลอุทธรณ์วิจารณ์หนักกว่าตัวข้อผิดพลาดเอง
คนสร้างเครื่องมือ AI สำหรับงานกฎหมาย
- แสดงที่มาของทุกการอ้างอิงพร้อมลิงก์ไปยังต้นฉบับ และติดธงข้อความที่หาต้นฉบับไม่เจอ
- ออกแบบให้คนตรวจง่าย เพราะกับดักจริงคือคนเลิกตรวจเมื่อเครื่องมือดูแม่น
คนอ่านข่าวนี้บน X
- แยกให้ออกว่า “ข้อมูลปลอมในคำสั่ง” ยืนยันแล้ว ส่วน “AI ตีความกฎหมายเพื่อการเมือง” เป็นการประชดในคำพิพากษา
- “ย้ายคดี” ไม่เท่ากับ “ปลดจากตำแหน่ง” และข่าวนี้ไม่ได้บอกว่ากฎหมาย DEI ถูกหรือผิด ศาลชั้นต้นยังต้องพิจารณาต่อ

ตัวอย่างข้อความสั่งงาน Agent ที่ช่วยร่างเอกสาร
อ่านต่อบน Hybrid Mind
- ตรวจสอบคำตอบ AI: เช็กข้อเท็จจริง ตัวเลข และอ้างอิงปลอม
- AI Peer Review จาก Harvard: X ถก Opus 4.8 รีวิวชนะผู้เชี่ยวชาญ แต่ใครควรตัดสิน
- Claude Code Review Slot Machine: ให้ AI รีวิวกี่รอบถึงพอ และใครควรบอกว่า “เสร็จ”
- Claude Auto mode: X ถกค่าเริ่มต้นที่เลิกถามทุกขั้น และปัญหาคนกดอนุมัติจนชิน
- Caine Prize AI Detector: ธงจาก Pangram เป็นหลักฐานหรือการล่าแม่มด?
- AI โกงคะแนนได้อย่างไร? เจาะ 26 กรณีจากงานวิจัย AI Finds A Way
คำถามที่พบบ่อย
1. ผู้พิพากษา Wingate ถูกปลดจากตำแหน่งหรือไม่?
ไม่ใช่ ศาลอุทธรณ์ Fifth Circuit สั่งย้ายคดีนี้ไปให้ผู้พิพากษาคนอื่นเท่านั้น ผู้พิพากษาศาลกลางสหรัฐฯ จะถูกถอดออกได้ผ่าน Impeachment ของรัฐสภา และ ณ วันที่ 24 ต.ค. 2026 เราไม่พบรายงานที่เชื่อถือได้ว่ามีการเริ่มกระบวนการนั้น
2. AI เป็นคนเขียนคำสั่งทั้งฉบับหรือเปล่า?
ยังไม่มีหลักฐานว่าเขียนทั้งฉบับ Wingate บอกว่าผู้ช่วยใช้ Perplexity “เป็นผู้ช่วยร่างขั้นต้น” เพื่อสรุปข้อมูลสาธารณะในสำนวน และร่างแรกถูกนำขึ้นสำนวนก่อนตรวจ ศาลอุทธรณ์ยืนยันว่ามีข้อมูลปลอม แต่ไม่ได้ระบุว่า AI เขียนส่วนไหน
3. ศาลอุทธรณ์บอกว่า AI ทำให้ตีความกฎหมายผิดเพื่อการเมืองใช่ไหม?
ไม่ใช่ข้อค้นพบ ประโยค “the district court—or perhaps, being charitable, its AI agent—ignored and manipulated governing law” เป็นการประชดว่าแทนที่จะโทษผู้พิพากษา อาจโทษ AI ก็ได้ ศาลวิจารณ์การตีความกฎหมายว่าผิดอย่างร้ายแรง แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่า AI เป็นต้นเหตุ
4. ข่าวนี้แปลว่ากฎหมายต่อต้าน DEI ของ Mississippi ชนะแล้วหรือ?
ยังไม่จบ ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กฎหมายจึงบังคับใช้ได้ระหว่างที่คดียังดำเนินต่อ ผู้พิพากษาคนใหม่ต้องพิจารณาต่อตามแนวที่ศาลอุทธรณ์วางไว้ และ Judge Haynes เห็นด้วยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย
5. ศาลห้ามผู้พิพากษาใช้ AI หรือไม่?
คำพิพากษานี้ไม่ได้ห้าม และไม่ได้วางกติกาการใช้ AI สิ่งที่ถูกลงโทษคือข้อมูลปลอมที่หลุดเข้าไปในคำสั่งและการแก้ไขโดยไม่อธิบาย หลังเหตุการณ์นี้ Wingate บอกในจดหมายว่าสำนักงานของเขาเพิ่มการตรวจซ้ำโดยผู้ช่วยอีกคนและพิมพ์คดีที่อ้างจากฐานข้อมูลกฎหมายมาเทียบ
6. ถ้าเราใช้ AI ช่วยร่างเอกสารงาน จะป้องกันปัญหาแบบนี้อย่างไร?
ถือว่าร่างจาก AI เป็นร่างเสมอ เทียบทุกชื่อ ตัวเลข คำพูดที่ยกมา และการอ้างอิงกับต้นฉบับก่อนลงนาม ให้อีกคนตรวจซ้ำในเอกสารสำคัญ และอย่าลดการตรวจลงเพียงเพราะเครื่องมือดูแม่นมาหลายครั้ง
เอกสารอ้างอิงและขอบเขตการตรวจ
- U.S. Court of Appeals for the Fifth Circuit: Jackson Federation of Teachers v. Fitch, No. 25-60496 (22 ต.ค. 2026, PDF)
- จดหมายของ Judge Henry T. Wingate ตอบคำถามของ Sen. Grassley ผ่านสำนักงานบริหารศาลกลาง (ต.ค. 2025, สำเนา PDF ที่ heise.de)
- Reuters: Two federal judges say use of AI led to errors in US court rulings (23 ต.ค. 2025) และ FedScoop: Use of Perplexity, ChatGPT behind error-ridden orders
- JURIST: US appeals court vacates AI-tainted injunction (23 ต.ค. 2026), Law.com / National Law Journal, Courthouse News และ AP
- Reuters: AI ‘hallucinations’ in court filings show signs of slowdown (23 ต.ค. 2026, ฉบับเผยแพร่ซ้ำ) และ AI Hallucination Cases Database ของ Damien Charlotin
- โพสต์หลักบน X: โพสต์ยกคำพิพากษาที่มีคนเห็นราว 258,000 ครั้ง, Will Chamberlain, Marc Randazza (โพสต์ที่สอง), Robert Freund
ขอบเขตการตรวจ: เราอ่านโพสต์บน X 284 โพสต์ ช่วง 19:21 น. วันที่ 22 ต.ค. ถึง 18:58 น. วันที่ 24 ต.ค. 2026 ตามเวลาไทย ในจำนวนนี้ 198 โพสต์พูดถึงเรื่องนี้โดยตรง (รีโพสต์ 38 โพสต์) ที่เหลือเป็นผลค้นหาที่ไม่เกี่ยว เช่น ชื่อมหาวิทยาลัยหรือทีมกีฬาที่ชื่อ Wingate ตัวเลข 1,572 โพสต์มาจากตัวนับของ X ตามคำค้นที่ระบุในหัวข้อ 03 ตัวอย่างนี้ไม่ใช่ตัวแทนของผู้ใช้ X ทั้งหมด และเราไม่ได้คำนวณสัดส่วนความเห็น
เราอ่านคำพิพากษาฉบับเต็มจากเว็บไซต์ของ Fifth Circuit และอ่านจดหมายของ Wingate จากสำเนาที่เผยแพร่ต่อ คำพิพากษาอ้างวันที่จดหมายเป็น 2 ต.ค. 2025 ส่วนสำเนาที่เราอ่านลงวันที่ 21 ต.ค. 2025 เราไม่ได้อ่านคำสั่ง TRO ฉบับแรกโดยตรง ข้อมูลจาก Reuters วันที่ 23 ต.ค. 2026 อ่านจากฉบับเผยแพร่ซ้ำ Hybrid Mind ไม่ได้ทดสอบ Perplexity หรือเครื่องมือ AI ใดกับเอกสารคดีนี้ และไม่ได้ติดต่อศาลหรือคู่ความ บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

ใส่ความเห็น